ฉีดฟิลเลอร์ยกคิ้วและหางตา ต่างกับโบท็อกซ์ อย่างไร ?

สาเหตุของรอยย่นหางตา (รอยตีนกา) เกิดจากการที่ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหางตาและขมับนั้นหายไป ซึ่งเป็นไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นครับ
ซึ่งการแก้ไขนั้นมีหลายวิธี แบ่งหลักๆคือผ่าตัด และไม่ผ่าตัด ซึ่งในที่นี้ผมจะพูดถึงแบบไม่ผ่าตัดครับ

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดนั้น หลักๆคือการใช้โบท็อกซ์ในการลดรอยย่น แต่การฉีดโบท็อกซ์เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เพราะหลักการของโบท็อกซ์คือทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้มไม่ทำงาน มันก็เลยไม่ย่นครับ
แต่พอไม่ย่นนี่แหละ มันเลยทำให้ตาดูแข็งครับ เพราะยิ้มแล้วตาไม่ยิ้มตาม (ไร้รอย = ไร้อารมณ์) ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการรักษาด้วยวิธีนี้ครับ

ดังนั้นถ้าพิจารณาจากสาเหตุจริงๆแล้ว การรักษาด้วยฟิลเลอร์น่าจะแก้ได้ตรงจุดกว่า เพราะใช้ฟิลเลอร์ไปแทนที่ไขมันที่ขาดหายไป ซึ่งข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณหางตาและขมับคือ
1. ช่วยให้หางตาและขมับดูเต็มขึ้น
2. ลดริ้วรอยบริเวณหางตา (เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุจริงๆ)
3. ช่วยยกคิ้วและหางตา
4. ช่วยลดริ้วรอยบริเวณใต้ตา
5. ช่วยยกใบหน้าและร่องแก้ม
6. ยิ้มแล้วไม่แข็ง (เนื่องจากยังเหลือรอยอยู่บ้าง จึงทำให้ดูเป็นธรรมชาติกว่า)
7. อยู่ได้นาน 1 ปีครึ่ง ** เมื่อใช้ Juvederm VOLIFT **
8. สามารถแก้ปัญหาน้ำตาไหลซึมบริเวณหางตา ในคนไข้บางรายได้

เนื่องจากบริเวณหางตานั้นเป็นจุดที่มีเส้นเลือดมาก ขนาดเส้นเลือดค่อนข้างใหญ่ การฉีดจึงต้องใช้เข็มทู่เท่านั้น และการเข้าถึงบริเวณหางตานั้นทำได้ค่อนข้างยาก การฉีดจึงขึ้นกับประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์เป็นสำคัญครับ

อย่างไรก็ตามการฉีดฟิลเลอร์หางตานั้น ไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะครับ ไม่ใช่อยากจะฉีดก็ฉีดได้ เพราะข้อจำกัดค่อนข้างเยอะครับ ต้องตรวจตาหลายขั้นตอน บางท่านอาจจะเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์มากกว่าครับ

 
ขอบพระคุณครับ
นพ. ลัทธพล ม้าลายทอง (หมอเฟิสท์)
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและแก้ไขสายตา

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา และราคา
www.firstclinic49.net

สอบถามข้อมูล และปรึกษาแพทย์
www.lattaphon.com

Tel (เจ้าหน้าที่รับนัด) : 0944-0944-49
LINE ID : @firstclinic

เพิ่มเพื่อน