Close

ฟิลเลอร์หางตา ต่างกับโบท็อกซ์ อย่างไร ?

Short Excerpt
อ่านต่อ

Slider Title

Short Excerpt
See More

บทความทางการแพทย์

บทความทางการแพทย์เพื่อ update ข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางการแพทย์ใหม่ๆ หรือแม้กระทั่ง เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

5 เหตุผล ที่คุณไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

no-filler

  ถ้าคุณมีข้อใดข้อหนึ่ง แสดงว่าคุณไม่เหมาะกับวิธีนี้แล้วล่ะ ซึ่งผมจะขอพูดจากประสบการณ์ล้วนๆนะครับ เนื่องจากผมเจอคนไข้มาหลายรูปแบบมาก เลยอยากจะมาแชร์ให้ฟัง เพื่อที่ท่านจะได้ตัดสินใจได้ว่า ท่านเหมาะกับการแก้ไขด้วยวิธีนี้หรือไม่ครับ 1. กลัวช้ำ, บวม, ตาบอด อันนี้ผมขออิงจากสถิติของผมเองนะครับ – โอกาสบวม 30% – โอกาสช้ำ 10% – โอกาสตาบอด 0% ถ้าจะให้รับประกันว่าไม่บวม ไม่ช้ำ ผมทำไม่ได้นะครับ ผมบอกท่านได้แค่โอกาสในการเกิดเท่านั้น ซึ่งภาวะบวมหรือช้ำนั้นจะดีขึ้นเองได้ภายใน 3-7 วันครับ ถ้ารับได้ก็ค่อยมาทำครับ ผมรับประกันได้แค่ตาไม่บอดเท่านั้นครับ 2. ศึกษาข้อมูลยังไม่ดีพอ ก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ท่านควรจะศึกษาให้ดีก่อนครับ อย่างน้อยก็ควรจะรู้ว่าการรักษานั้น ทำประโยชน์ให้กับตัวท่านได้หรือไม่ ผมแนะนำให้อ่านบทความที่ผมเขียนไว้ดูนะครับ ผมเขียนค่อนข้างครอบคลุมครับ อ่านตรงไหนไม่เข้าใจ ก็ไลน์มาปรึกษาได้เลยครับ อ่านเข้าใจแล้วค่อยนัดมาทำภายหลังก็ได้ครับ – บทความทางการแพทย์ bit.ly/literatures-1st 3. ชอบให้เต็มแบบเวอร์ๆ อันนี้ขึ้นกับมุมมองด้วยนะครับ เพราะแต่ละคน มองความสวยไม่เหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ผมนั้น […]

Read More

3 วิธีแก้ไขฟิลเลอร์ใต้ตาที่เป็นก้อน

correct-filler-3

  1. ฉีดสลาย ใช้ในกรณีที่ฉีดฟิลเลอร์แบบสลายได้เท่านั้น และขนาดก้อนไม่ใหญ่มาก ซึ่งหลังจากฉีดสลาย ถ้าสลายแล้วเรียบดี ก็ไม่จำเป็นต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่มครับ 2. ฉีดฟิลเลอร์แก้ไขทับลงไปเลย ใช้ในกรณีที่เป็นก้อนฟิลเลอร์ขนาดเล็กๆเท่านั้น ซึ่งวิธีนี้หลังฉีดช่วงแรกๆอาจจะดูเรียบ แต่ 2-3 เดือนหลังจากนั้น อาจเป็นก้อนปูดขึ้นมาได้อีกครับ 3. ผ่าตัดออก ใช้ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ก้อนใหญ่ และมีความแข็งค่อนข้างมาก โดยเบื้องต้นอาจทำการเจาะแล้วขูดออกได้ แต่ถ้าก้อนขนาดใหญ่มากต้องกรีดเปิดแผลและตัดออกครับ ซึ่งจะใช้วิธีไหนนั้น ขึ้นกับปัญหาของคนไข้แต่ละท่านครับ เคสแก้ไขต้องเข้ามาให้ประเมินก่อนทำทุกเคสครับ เพราะต้องลองจับประเมินดู ไม่สามารถประเมินจากรูปได้ครับ ขอบพระคุณครับ นพ. ลัทธพล ม้าลายทอง (หมอเฟิสท์) จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและแก้ไขสายตา รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา และราคา www.firstclinic49.net สอบถามข้อมูล และปรึกษาแพทย์ www.lattaphon.com Tel (เจ้าหน้าที่รับนัด) : 0944-0944-49 LINE ID : @firstclinic

Read More

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม กับการรักษาแบบ “ปลายเหตุ”

Filler cheek

ลักษณะทางกายวิภาคของร่องแก้มนั้น มีความแข็งแรงมาก เนื่องจากเป็นจุดที่เชื่อมต่อกัน (Ligament) ของกล้ามเนื้อรอบปาก และกล้ามเนื้อยกมุมปาก 1) ทำไมเราถึงมีร่องแก้ม ? สาเหตุของร่องแก้มนั้นมีหลายอย่าง (ตามอายุที่เพิ่มขึ้น) แบ่งหลักๆได้ดังนี้ครับ 1.1. สาเหตุหลักของร่องแก้มคือ มีการหย่อนและสลายตัวของแผ่นไขมันบนใบหน้า (Fat pad) ทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ในส่วนที่อยู่เหนือบริเวณเส้นร่องแก้ม (พบว่าอายุ 28 ปี ไขมันใต้ตาจะหายไปประมาณ 0.8 cc) พอมีการหย่อนตัวลง เราจึงมองเห็นเป็นก้อนๆ เหนือเส้นร่องแก้มครับ 1.2. มีการยุบตัวของกระดูกบริเวณปีกจมูกและร่องแก้ม ในส่วนที่อยู่ใต้เส้นร่องแก้ม ทำให้ก้อนที่อยู่เหนือเส้นร่องแก้มยิ่งดูชัดขึ้น 1.3. การหนาตัวขึ้นของกล้ามเนื้อบริเวณร่องแก้ม (การฉีดโบท็อกซ์ อาจช่วยให้ร่องแก้มลดลงจริง แต่ไม่ค่อยนิยม เพราะจะทำให้ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ) 1.4. ผิวหนังที่หย่อนคล้อย 2) มีร่องแก้ม แต่ทำไมไปฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา? เพราะว่ามันเป็นสาเหตุหลักไงครับ เนื่องจากมันมีการหย่อนและการสลายตัวของแผ่นไขมันบนใบหน้าทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก ในส่วนที่อยู่เหนือเส้นร่องแก้ม ดังนั้นเราจึงต้องแก้ตรงจุดที่อยู่เหนือจากร่องแก้ม ซึ่งจุดที่จะฉีดได้นั้นก็คือบริเวณใต้ตานั่นเองครับ โดยฉีดฟิลเลอร์เข้าไปทดแทนไขมันใต้ตาที่หายไป โดยต้องเติมทั้งชั้นตื้นและชั้นลึก […]

Read More

ฟิลเลอร์หางตา ต่างกับโบท็อกซ์ อย่างไร ?

Filler Lateral 2

ฟิลเลอร์หางตา ต่างกับโบท็อกซ์ อย่างไร ? สาเหตุของรอยย่นหางตา (รอยตีนกา) เกิดจากการที่ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหางตาและขมับนั้นหายไป ซึ่งเป็นไปตามอายุที่เพิ่มขึ้นครับ ซึ่งการแก้ไขนั้นมีหลายวิธี แบ่งหลักๆคือผ่าตัด และไม่ผ่าตัด ซึ่งในที่นี้ผมจะพูดถึงแบบไม่ผ่าตัดครับ การรักษาแบบไม่ผ่าตัดนั้น หลักๆคือการใช้โบท็อกซ์ในการลดรอยย่น แต่การฉีดโบท็อกซ์เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ เพราะหลักการของโบท็อกซ์คือทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการยิ้มไม่ทำงาน มันก็เลยไม่ย่นครับ แต่พอไม่ย่นนี่แหละ มันเลยทำให้ตาดูแข็งครับ เพราะยิ้มแล้วตาไม่ยิ้มตาม (ไร้รอย = ไร้อารมณ์) ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการรักษาด้วยวิธีนี้ครับ ดังนั้นถ้าพิจารณาจากสาเหตุจริงๆแล้ว การรักษาด้วยฟิลเลอร์น่าจะแก้ได้ตรงจุดกว่า เพราะใช้ฟิลเลอร์ไปแทนที่ไขมันที่ขาดหายไป ซึ่งข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์บริเวณหางตาและขมับคือ 1. ช่วยให้หางตาและขมับดูเต็มขึ้น 2. ลดริ้วรอยบริเวณหางตา (เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุจริงๆ) 3. ช่วยยกคิ้วและหางตา 4. ช่วยลดริ้วรอยบริเวณใต้ตา 5. ช่วยยกใบหน้าและร่องแก้ม 6. ยิ้มแล้วไม่แข็ง (เนื่องจากยังเหลือรอยอยู่บ้าง จึงทำให้ดูเป็นธรรมชาติกว่า) 7. อยู่ได้นาน 1 ปี 8. สามารถแก้ปัญหาน้ำตาไหลซึมบริเวณหางตา ในคนไข้บางรายได้ […]

Read More

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด มีอาการอย่างไร รักษาไม่ได้… จริงหรือ ?

exam-finding

คำถามยอดนิยมเช่นกันครับ อันนี้ผมขอพูดในมุมมองของจักษุแพทย์นะครับ เพราะคิดว่าแพทย์สาขาอื่นคงไม่ค่อยได้พบเจอและทำการรักษาคนไข้ในภาวะนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองนะครับ เคยแต่ดูจากคนไข้ที่ได้รับการฉีดมาจากที่อื่น (ซึ่งบางครั้งก็ฉีดกับคนที่ไม่ใช่หมอ) ร่วมกับการรีวิวจากงานวิจัยต่างๆ ใครที่สนใจก็ลองตามไปอ่านได้นะครับ (www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24762584) ภาวะนี้เรียกว่า Central retinal artery occlusion (CRAO) เกิดจากการที่ฟิลเลอร์ หรือไขมันที่ฉีดเข้านั้น ไปอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงลูกตาครับ ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าขั้วประสาทตานั้นซีด เนื่องจากขาดเลือดมาเลี้ยงครับ ส่วนใหญ่แล้วอาการที่เกิด มักเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 5-15 นาทีหลังฉีด โดยอาการที่เกิดขึ้นก็มีต่างๆกันไปครับ มีตั้งแต่น้อยๆคือเห็นเป็นแค่จุดดำๆ หรือถ้าเป็นมากๆ ก็คือมองไม่เห็นไปเลย ซึ่งอาการที่เป็นน้อยๆนี่แหละครับ คือตัวปัญหา เพราะภาวะ CRAO นั้นมีหลายแบบ แต่ละแบบมีรูปแบบการมัวที่ต่างกัน เช่น มัวเป็นจุด, มัวทั่วๆ, มัวที่กลางภาพ หรือมัวที่ขอบภาพ ซึ่งการที่มันวินิจฉัยยากนี่แหละครับ ทำให้เกิดปัญหาคือบางทีคนไข้ไม่รู้ว่ามีการอุดตันเกิดขึ้น เพราะคิดว่าตามัวนิดหน่อยคงไม่เป็นไร และถ้าแพทย์ที่ทำการรักษาไม่ได้ทำการตรวจเพิ่มเติม ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ตาจะค่อยๆมัวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถึงเวลานั้นอาจทำการรักษาไม่ทันครับ เพราะเลยช่วงเวลา 90 นาทีแรกไปแล้ว […]

Read More

“ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับหมอ ตาไม่บอดแน่ใช่มั้ยคะ”

Template B&A1

“ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากับหมอ ตาไม่บอดแน่ใช่มั้ยคะ” คำถามยอดนิยม ถามกันทุกคนครับ จริงแล้วๆเรื่องนี้ผมเคยหยิบมาพูดหลายครั้งละครับ ลองอ่านดูนะครับ (goo.gl/dTWSp9) และทุกครั้งที่ผมเจอคำถามนี้ บอกตามตรงว่าผมไม่เคยให้คำตอบอะไรกับคนไข้เลย แต่ผมจะบอกเป็นข้อเท็จจริงแทน แล้วให้คนไข้เป็นคนตอบคำถามเอง เพราะคนตัดสินใจจะทำหรือไม่นั้น คือคนไข้ครับ ไม่ใช่ผม ซึ่งถ้าพูดกันตามข้อเท็จจริงแล้ว ฉีดแล้วตาบอด มันก็เกิดได้กับหมอทุกคนแหละครับ ไม่ว่าหมอคนนั้นจะเก่งแค่ไหน ถ้าฉีดเข้าเส้นเลือด ตาก็บอดเหมือนกันหมดครับ ความจริงแล้ว หมอที่ทำด้านความงามก็รู้ตำแหน่งกายวิภาคของเส้นเลือดบนใบหน้าดีอยู่แล้ว มีหมอที่เขียนบทความให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่คนไข้ควรจะรู้ก่อนตัดสินใจทำครับ แต่…ตัวปัญหาจริงๆมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นครับ เพราะใบหน้าของแต่ละคนตำแหน่งเส้นเลือดมันไม่เหมือนกันครับ เส้นเลือดบนใบหน้านั้นมีความแตกต่างกันมากที่สุดในร่างกาย ซึ่งถ้าคนไข้รู้ข้อเท็จจริงในจุดนี้แล้ว ก็จะรู้ว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ หมอคนนั้นมีความรู้เกี่ยวกับเส้นเลือดบนใบหน้ามากแค่ไหน เพราะถือว่าจิ้มเข็มไปตรงไหนก็มีโอกาสโดนเส้นเลือดทั้งนั้น ปัญหามันจะไปอยู่ตรงที่ว่า “เวลาโดนเส้นเลือดแล้ว จะรู้ได้ยังไง” มากกว่า เพราะถ้าเรารู้แล้วหยุดทัน มันก็จบครับ (ดังนั้น ถ้าหมอที่ฉีดให้ท่านไม่รู้ว่า เวลาฉีดเข้าเส้นเลือดแล้วจะมีอาการยังไง อันนี้ถือว่าอันตรายครับ) ถามว่าตอนผมฉีดมีโดนเส้นเลือดบ้างมั้ย ผมบอกได้เต็มปากเลยว่ามีครับ แต่เวลาที่โดนเส้นเลือดแล้ว ผมหยุดทันไงครับ ก็เลยไม่เกิดปัญหา ซึ่งอันนี้มันก็ขึ้นกับประสบการณ์ของหมอแต่ละคนครับ ซึ่งประสบการณ์ของหมอที่ฉีดนี่แหละครับ คือสิ่งสำคัญในการที่คุณจะเลือกหมอมาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้คุณ […]

Read More

เราจะทราบได้อย่างไรว่าจะสามารถทำเลสิกได้

LASIK-SAFE

ก่อนอื่นเลยนะคะ ผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติจะต้องสนใจการแก้ไขสายตาโดยวิธีนี้ก่อนค่ะ โดยอาจจะมีข้อบ่งชี้ต่างกันออกไป ได้แก่ ปัญหาจากการใส่แว่น เช่น ค่าสายตาแตกต่างกันมากระหว่างตาสองข้าง ใส่แล้วมึนงง กะระยะลำบาก ทำให้ไม่มีความคล่องตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ  รวมถึงเป็นข้อจำกัดสำหรับการทำอาชีพ หรือการเล่นกีฬาบางอย่าง ส่วนปัญหาจากการใส่คอนแทคเลนส์ปัจจุบันก็พบได้บ่อยขึ้นมากเช่น ภาวะตาแห้ง ระคายเคือง ภูมิแพ้ ตาแดง ตลอดจนถึงการติดเชื้อ ซึ่งต้องอาศัยการดูแลที่ถูกต้อง สุดท้ายคือเรื่องบุคคลิกภาพก็เป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน เลสิกจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีผู้สนใจมากค่ะ   ต่อมาเราก็มาดูว่า  เราอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมในการรับการรักษาหรือไม่ค่ะ – อายุ 18 ปีขึ้นไป – มีค่าสายตาคงที่ เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 0.5 ไดออปเตอร์ ในช่วงเวลา 1 ปี – ไม่มีโรคทางตาที่เป็นข้อห้ามในการรับการรักษาด้วยเลสิก เช่น โรคกระจกตาโป่งพอง ภาวะตาแห้งรุนแรง ต้อกระจก ต้อหิน หรือโรคทางจอประสาทตาที่บางอย่างที่จำกัดการมองเห็น เป็นต้น – โรคประจำตัวบางอย่าง หรือได้รับยาบางชนิดที่มีผลต่อการหายของแผลเลสิก เช่น โรคข้ออักเสบบางชนิด โรคระบบภูมิคุ้มกัน ยารักษาสิว ยาฮอร์โมน เป็นต้น – สตรีตั้งครรภ์ […]

Read More