คำถามยอดนิยมเช่นกันครับ อันนี้ผมขอพูดในมุมมองของจักษุแพทย์นะครับ เพราะคิดว่าแพทย์สาขาอื่นคงไม่ค่อยได้พบเจอและทำการรักษาคนไข้ในภาวะนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ผมยังไม่เคยเจอกับตัวเองนะครับ เคยแต่ดูจากคนไข้ที่ได้รับการฉีดมาจากที่อื่น (ซึ่งบางครั้งก็ฉีดกับคนที่ไม่ใช่หมอ) ร่วมกับการรีวิวจากงานวิจัยต่างๆ ใครที่สนใจก็ลองตามไปอ่านได้นะครับ (www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/24762584)

ภาวะนี้เรียกว่า Central retinal artery occlusion (CRAO) เกิดจากการที่ฟิลเลอร์ หรือไขมันที่ฉีดเข้านั้น ไปอุดตันเส้นเลือดที่เลี้ยงลูกตาครับ ถ้าดูจากรูปจะเห็นว่าขั้วประสาทตานั้นซีด เนื่องจากขาดเลือดมาเลี้ยงครับ

ส่วนใหญ่แล้วอาการที่เกิด มักเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 5-15 นาทีหลังฉีด โดยอาการที่เกิดขึ้นก็มีต่างๆกันไปครับ มีตั้งแต่น้อยๆคือเห็นเป็นแค่จุดดำๆ หรือถ้าเป็นมากๆ ก็คือมองไม่เห็นไปเลย ซึ่งอาการที่เป็นน้อยๆนี่แหละครับ คือตัวปัญหา เพราะภาวะ CRAO นั้นมีหลายแบบ แต่ละแบบมีรูปแบบการมัวที่ต่างกัน เช่น มัวเป็นจุด, มัวทั่วๆ, มัวที่กลางภาพ หรือมัวที่ขอบภาพ ซึ่งการที่มันวินิจฉัยยากนี่แหละครับ ทำให้เกิดปัญหาคือบางทีคนไข้ไม่รู้ว่ามีการอุดตันเกิดขึ้น เพราะคิดว่าตามัวนิดหน่อยคงไม่เป็นไร และถ้าแพทย์ที่ทำการรักษาไม่ได้ทำการตรวจเพิ่มเติม ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ตาจะค่อยๆมัวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถึงเวลานั้นอาจทำการรักษาไม่ทันครับ เพราะเลยช่วงเวลา 90 นาทีแรกไปแล้ว

ดังนั้นถ้าท่านพบว่าหลังฉีดฟิลเลอร์แล้ว มีการมองเห็นที่เปลี่ยนไป ให้รีบแจ้งแพทย์ที่รักษาท่านทันที เพื่อจะได้ทำการรักษาได้ทันท่วงทีครับ

ส่วนการพยากรณ์โรคนั้น ขึ้นกับระดับสายตาในตอนแรกครับ ถ้าเป็นน้อยๆ ก็มีโอกาสกลับมาดีขึ้นได้ แต่ถ้าเป็นมากๆตั้งแต่ช่วงแรก อาการมักจะไม่ดีขึ้นครับ

อย่างไรก็ตามการพยากรณ์โรคนั้น จะขึ้นกับระยะเวลาในการรักษาด้วยครับ ถ้ารักษาไว โอกาสที่จะมองเห็นดีขึ้นก็จะสูงครับ ภาวะนี้ต้องรักษาภายใน 90 นาทีนะครับ ถ้านานกว่า 90 นาทีเซลจอประสาทตาจะตายแบบถาวรครับ (irreversible damage)

ส่วนการรักษานั้นคงต้องส่งต่อให้ทางจักษุแพทย์รักษาต่อนะครับ เพราะการรักษานั้นมีหลายขั้นตอนและใช้เครื่องมือหลายอย่าง เช่น การใช้แก๊ส ยากิน และยาฉีดครับ (แม้ว่าทางคลีนิกผมจะไม่เคยเกิดภาวะเหล่านี้ขึ้นก็ตาม แต่ผมก็มีการเตรียมพร้อมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ สำหรับการรักษาภาวะเหล่านี้อยู่เสมอครับ)

ส่วนบริเวณไหนที่ฉีดแล้วเกิดภาวะ CRAO ได้บ้าง ถ้าดูจากงานวิจัยแล้ว มันก็อยู่แถวๆรอบดวงตาแหละครับ ทั้งหน้าผาก, จมูก, ร่องแก้ม, ขมับ และใต้ตาครับ เนื่องจากเส้นเลือดบริเวณรอบดวงตามันเชื่อมกันเป็นร่างแหครับ ฟิลเลอร์เข้าไปที่บริเวณไหน มันก็มีโอกาสเข้าไปที่ตาทั้งนั้นครับ ยิ่งใกล้ตา โอกาสก็ยิ่งสูงครับ

จากงานวิจัย จะเห็นว่าการใช้ไขมันตัวเองฉีดเข้าไปนั้น มีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้มากกว่าการใช้ Filler HA (Hyarulonic acid) อย่างมีนัยสำคัญครับ

ถามว่ามีวิธีหลีกเลี่ยงภาวะเหล่านี้หรือไม่ บอกได้เลยครับว่ามี เช่นการใช้เข็มปลายทู่ (Blunt canula), การใช้ Filler HA แทนไขมันตัวเอง (เนื่องจาก Filler นั้นมีโอกาสที่จะฉีดสลายได้ครับ) และสุดท้ายก็คือเทคนิคและประสบการณ์ในการฉีดครับ

ขอบพระคุณครับ
นพ.ลัทธพล ม้าลายทอง (หมอเฟิสท์)
จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและแก้ไขสายตา

รีวิวของทางคลินิก
bit.ly/review-1st

บทความพิเศษ
1) ฉีดฟิลเลอร์ ทำไมถึงตาบอด : goo.gl/dTWSp9
2) ฉีดฟิลเลอร์กับหมอ ตาไม่บอดแน่ใช่มั้ยคะ : goo.gl/djNbTq
3) ฉีดฟิลเลอร์เข็มทู่ ตาไม่บอดจริงหรือ : goo.gl/qOw8Eu

ข้อมูลเพิ่มเติม
บทความทางการแพทย์ : bit.ly/literature-1st
โปรแกรมการรักษา : bit.ly/program-1st
Tel (เจ้าหน้าที่รับนัดคิว) : 0944 – 0944 – 49
ปรึกษาหมอโดยตรง : www.lattaphon.com
LINE : @firstclinic (อย่าลืมใส่ @ ครับ)
IG / FB : firstclinic49
Website : www.firstclinic49.com